[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
 
 
 
เมนูหลัก
กลุ่มสาระการเรียนรู้
แหล่งเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 

ลิงค์ที่น่าสนใจ

  

   เว็บบอร์ด >> สอบถาม พูดคุยเกี่ยวกับการเรียนการสอน >>
การศึกษาผลการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย   VIEW : 53    
โดย เยาวเรศ ผิวเหมาะ

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 2
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 40%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 159.192.99.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 19 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2562 เวลา 22:46:25   




ชื่อเรื่อง          การศึกษาผลการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2                  
ชื่อผู้วิจัย         นางสาวเยาวเรศ  ผิวเหมาะ
หน่วยงาน       โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย  สำนักการศึกษา  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
                   อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช  จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปีที่ดำเนินการ    2561

บทคัดย่อ
    การศึกษาผลการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  โดยมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อหาประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  และ (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา  2561  จำนวน 6 ห้องเรียน มีนักเรียนทั้งหมด  273 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/4 โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 35 คน  ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย  (Simple  Random Sampling)  ด้วยการจับฉลากโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย  (1) กิจกรรมอ่านสร้างสุข จำนวน 7 กิจกรรม ได้แก่  กิจกรรมตะกร้าความรู้สู่ชุมชน กิจกรรมพี่อ่านน้องฟัง  กิจกรรมคลีนิคหมอน้อย  กิจกรรมเริงร้องด้วยร้อยกรอง  กิจกรรมนิทานสอนใจ  กิจกรรมเล่าเรื่องจากภาพสู่งานเขียน  และกิจกรรมเซียมซีเสี่ยงทายความรู้  (2) แผนการจัดการเรียนรู้ (คู่มือครู) โดยใช้กิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย จำนวน 10 ชั่วโมง (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ แบบปรนัย  มี 3 ตัวเลือก และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ  และผ่านการทดสอบจนมีประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบทีกรณีกลุ่มตัวอย่างมีกลุ่มเดียว  (T-Test  Dependent)

ผลการศึกษาพบว่า
            1. ประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ทั้ง 7 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมตะกร้าความรู้สู่ชุมชน  กิจกรรมพี่อ่านน้องฟัง  กิจกรรมคลีนิคหมอน้อย  กิจกรรมเริงร้องด้วยร้อยกรอง  กิจกรรมนิทานสอนใจ  กิจกรรมเล่าเรื่องจากภาพสู่งานเขียน  และกิจกรรมเซียมซีเสี่ยงทายความรู้  ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ  ครูแกนนำ  และนักเรียน  ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากขึ้นไปทุกกิจกรรม  หมายความว่าการจัดกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  มีประสิทธิภาพตามที่กำหนดสามารถนำไปพัฒนานักเรียนได้
              2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ด้วยกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
              3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยกิจกรรมอ่านสร้างสุขที่ศาลามีชัย  เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  โดยรวมมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด  ( = 4.51,  S.D. = 0.87) เมื่อพิจารณาแต่ละด้าน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจด้านการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นในระดับมากที่สุด ( = 4.56,  S.D. = 0.87)